นายสกล วรรณพงษ์ รองผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย ฝ่ายกีฬาอาชีพและสิทธิประโยชน์ ร่วมกับ นายสินุ พูนศิริวงศ์ นายกสมาคมกีฬาบิลเลียดแห่งประเทศไทย
, นายสุรพล อุทินทุ ผอ.นำนักไทยเบฟ ไทยทาเลนท์ ในฐานะผู้ร่วมสนับสนุนหลัก และตัวแทนจากเจ้าภาพอีก 7 จังหวัด ร่วมเปิดตัวและแถลงข่าวการแข่งขันสนุกเกอร์อาชีพเก็บคะแนนสะสม ดิวิชั่น 1 ประจำปี 2555 ที่โรงแรมโกลเด้น ทิวลิป ซอฟเฟอริน พระราม 9 เมื่อวันพุธที่ผ่านมา
ในการจัดการแข่งขันครั้งนี้ นายสกล เปิดเผยว่า การกีฬาแห่งประเทศไทยมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้เห็นการจัดการแข่งขันที่มีมาตรฐานเทียบเท่ากับระดับสากลของสมาคมกีฬาบิลเลียดแห่งประเทศไทย ที่จัดการแข่งขันต่อเนื่องมาเป็นเวลาหลายปี พร้อมกับได้นักกีฬาชั้นดีขึ้นมาประดับวงการและเป็นกำลังสำคัญในการรับใช้ชาติต่อไป ซึ่ง กกท.พร้อมให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่เหมือนเดิม
ทางด้าน นายสินธุ กล่าวว่า ถือเป็นการดีที่ทั้งภาครัฐอย่างการกีฬาแห่งประเทศไทย และภาคเอกชนอย่าง “แสงโสม” ได้ให้การสนับสนุนกีฬาสนุกเกอร์มาโดยตลอด ที่ผ่านมา สมาคมฯ ได้พยายามจัดการแข่งขันให้ดีที่สุด เพื่อเป็นการพัฒนานักกีฬาเพื่อความเป็นเลิศ ปีนี้ก็เช่นเดียวกัน ที่เราบรรจุการแข่งขันเอาไว้ถึง 7 รายการ โดยจะทำการถ่ายทอดสดรอบรองชนะเลิศทางช่องสยามกีฬาทีวี ทรูวิชันส์ 69 และนัดชิงชนะเลิศทางช่อง 11 กรมประชาสัมพันธ์เหมือนเดิม
ขณะที่ “คิวทอง” นายศักดา รัตนสุบรรณ เปิดเผยว่า ในปีนี้กำหนดมือไวลด์คาร์ดที่เข้ามาแข่งนั้น น่าเสียดายที่ 3 มืออาชีพของเรานั้นต้องไปเล่นระดับโลก ต๋อง ศิษย์ฉ่อย, แจ๊ค สระบุรี และกร นครปฐม จะไม่ได้เล่น 2 รายการแรก ซึ่งเราได้เชิญนักกีฬาระดับโลกไว้หลายคน ไม่ว่าจะเป็น สตีฟ เดวิส, จิมมี่ ไวท์ และ ไนเจล บอนด์ ส่วนรายการแรกนั้นกำหนดไว้ ตอร์ เชือน เหลียง จากมาเลเซีย มือดีจากมาเลเซีย และ”ทอมมี่”อึ้ง บุน ชิน จากสิงคโปร์
ส่วน นายสถาพร ชมเสวี เจ้าของโครงการจัดการแข่งขันจากแสงโสม กล่าวว่า รายการนี้ใช้งบประมาณ 5 ล้านบาท มีทั้งหมด 7 รายการ เพื่อเป็นการพัฒนาสร้างนักกีฬา โดยนักกีฬาที่คว้าแชมป์แต่ละรายการจะได้เงิน 100,000 บาท, รองแชมป์ 50,000 บาท และนักกีฬาที่ผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศ จะได้รับเงินคนละ 3 หมื่นบาท
สำหรับโปรแกรมการดวลคิวในรอบสุดท้ายทั้งหมดมีดังนี้ รายการที่ 1 จังหวัดสงขลา 7-12 กุมภาพันธ์, รายการที่ 2 จังหวัดสุพรรณบุรี วันที่ 21-26 กุมภาพันธ์, รายการที่ 3 จังหวัดนครสวรรค์ วันที่ 20-25 มีนาคม, รายการที่ 4 จังหวัดลพบุรี วันที่ 24-29 เมษายน, รายการที่ 5 จังหวัดสุราษฏร์ธานี วันที่ 5-10 มิถุนายน, รายการที่ 6 จังหวัดอุบลราชธานี วันที่ 24-29 กรกฏาคม และรายการสุดท้าย รายการที่ 7 ชิงแชมป์ประเทศไทย จังหงวัดนครราชสีมา วันที่ 4-9 กันยายน









.jpg)

.jpg)




.jpg)



