You are here: Home ฟุตบอล 64 ทีม ทุ่มอัดฉีด หวังสุดยอดเด็กผี-หงส์ ศึกโค้งสุดท้าย ชิงลูกหนังฮอนด้าเร้ดฯ

64 ทีม ทุ่มอัดฉีด หวังสุดยอดเด็กผี-หงส์ ศึกโค้งสุดท้าย ชิงลูกหนังฮอนด้าเร้ดฯ

อีเมล พิมพ์

โค้งสุดท้าย!!! ศึกฟุตบอลเยาวชนแดงเดือด “ฮอนด้าเร้ด” รอบชิงชนะเลิศ 11 ก.พ.นี้ สุดเร้าใจ “ดีลเลอร์” 64 ทีมดัง กระหน่ำรางวัลอัดฉีด หวังกระตุ้นเด็กเดินหน้าพิชิตความเป็นสุดยอดทีม “ลิเวอร์พูล-แมนฯยูไนเต็ด” เพื่อเป็นตัวแทนประเทศไทย บินไปติวเข้มเพลงลูกหนัง ณ เมืองผู้ดีกลางปีนี้ให้ได้ ด้าน “สุชาติ อรุณแสงโรจน์” บิ๊กบอส เอ.พี.ฮอนด้า ชื่นชม “กกท.” สนับสนุนเต็มที่ โดยจัด “สนามราชมังคลากีฬาสถาน” เป็นสังเวียนชิงชัย เผย ปีหน้าจัดใหญ่กว่านี้มี “สพฐ” มาร่วมเป็นพันธมิตร ร่วมกันปั้นเยาวชนแข้งทองของไทย พัฒนาไปสู่ระดับอาชีพและทีมชาติในอนาคตต่อไป


นายสุชาติ อรุณแสงโรจน์ กรรมการบริหารและผู้จัดการทั่วไปส่วนงานขาย บริษัท เอ.พี.ฮอนด้า จำกัด เปิดเผยถึงการแข่งขันฟุตบอลเยาวชนแดงเดือด "Honda Red Champion...Road To Liverpool F.C. and Manchester United Soccer School" รอบชิงแชมป์ประเทศไทย (รอบ 64 ทีมสุดท้าย) ซึ่งเป็น 1 ใน 4กิจกรรม “ฮอนด้ามันส์ทะลุแมทช์” ฉลองครบรอบ 25 ปี เอ.พี.ฮอนด้า จำกัด โดยจะมีขึ้นในวันที่ 11 ก.พ.นี้ ที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ว่า หลังจากที่ เอ.พี.ฮอนด้า ได้ร่วมกับผู้แทนจำหน่ายและโรงเรียนต่างๆทั่วประเทศ จัดการแข่งขันในรอบคัดเลือกภูมิภาค จนได้ทีมที่ผ่านรอบคัดเลือกจำนวน 64 ทีม จากทั้งหมดกว่า 2,000 ทีมมาชิงชัยในรอบชิงชนะเลิศ โดยมีทีมที่ผ่านรอบคัดเลือกเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ รวมทั้งสิ้น 64 ทีม แบ่งเป็นทีมแฟนคลับ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล 32 ทีม และทีมแฟนคลับ “ผีแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 32 ทีม สำหรับการแข่งขันจะใช้ระบบแบบน็อคเอ้าท์ (แพ้คัดออก) เพื่อเฟ้นหา 2 ทีมสุดยอดของไทย เดินทางไปร่วมฝึกซ้อมกับอะคาเดมี่ของทีมลิเวอร์พูล กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด โดยในรอบชิงชนะเลิศ ซึ่งจะมีขึ้นตลอดทั้งวัน ในวันเสาร์ที่ 11 ก.พ.นี้ ซึ่งถือเป็นโค้งสุดท้ายนั้น การแข่งขันจะเริ่มในเวลา 10.00 น. ซึ่งคู่เปิดสนาม ในส่วนของทีมแฟนคลับลิเวอร์พูล  โรงเรียนบางเสด็จวิทยาคม (บจก.พัฒนาภัณฑ์เซลล์แอนด์เซอร์วิส) พบกับ โรงรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย (บจก.ฮอนด้า ช.ชัย) ส่วนทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด โรงเรียนอัสสัมชัญศรีราชา (บจก.ป.ยานยนต์) พบกับ โรงเรียนพัทลุง (หจก.พัทลุงไทยยนตร์กลการ) ส่วนคู่อื่นๆ ติดตามดูรายละเอียดได้ใน www.aphonda.co.th

ทั้งนี้ นอกจาก เอ.พี.ฮอนด้า จะคัดเลือกเพื่อหา 2 ทีมสุดยอดแล้ว เอ.พี.ฮอนด้า ยังจะจนำทีมชนะเลิศของทั้ง 2แฟนคลับ มาแข่งขันกันเพื่อชิงเงินรางวัลรวม 150,000 บาท อีกด้วย โดยทีมชนะเลิศ จะได้รับ 100,000 บาท ส่วนรองชนะเลิศ จะได้รับ 50,000 บาท นอกจากนี้ยังมีรางวัลพิเศษเพื่อสร้างสีสันให้กับกิจกรรมครั้งนี้นั่นก็คือการประกวดกองเชียร์ยอดเยี่ยม ซึ่งทีมเชียร์ที่ชนะเลิศจะได้รับทุนการศึกษา 30,000 บาท, รองชนะเลิศ รับ 20,000 บาท และอันดับ 3 รับ10,000 บาท

"ซีอีโอ เอ.พี.ฮอนด้า" กล่าวต่อว่า ขณะนี้แต่ละทีมภายใต้การดูแลของผู้แทนจำหน่ายได้มีการฝึกซ้อมกันอย่างเข้มข้นมาก โดยเฉพาะผู้แทนจำหน่ายของฮอนด้า ทั้ง 64 ทีม ต่างประกาศทุ่มเงินอัดฉีดทั้งในส่วนของเงินรางวัลและอาหารที่จะนำไปบำรุงกำลังให้กับทีมนักเตะเยาวชนของตัวเองแบบไม่อั้นนั่นจึงเนเครื่องตอกย้ำถึงความสำคัญที่แต่ละทีมมอบให้กับกิจกรรมในครั้งนี้ ทำให้บรรยากาศการแข่งขันจะเป็นไปอย่างเร้าใจและยิ่งใหญ่แน่นอน ซึ่งทั้งหลายทั้งปวงนี้ ตนในฐานะตัวแทนของ เอ.พี.ฮอนด้า จึงอยากจะขอขอบคุณทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องที่ทำให้กิจกรรมการแข่งขันฟุตบอลเยาวชนแดงเดือด "Honda Red Champion...Road To Liverpool F.C. and Manchester United Soccer School" ในปีแรกนี้ ประสบความสำเร็จอย่างงดงาม ทั้งกลุ่มผู้แทนจำหน่ายรถจัรกยานยนต์ฮอนด้า, นักฟุตบอลเยาวชนทั่วประเทศ,คณาจารย์ และผู้ฝึกสอนของแต่ละโรงเรียน ที่สำคัญคือ “บิ๊กหนุ่ม” นายกนกพันธุ์ จุลเกษม ผู้ว่าการ กกท. และผู้บริการของกกท. ที่ได้ให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ด้วยดีเสมอมา

"ในปีนี้ผมว่าเราประสบความสำเร็จอย่างงดงามเลยทีเดียว ส่วนในปีหน้าผมคิดว่าเราจะจัดให้ยิ่งใหญ่กว่านี้อย่างแน่นอน โดยเฉพาะระบบการแข่งขันที่ปีนี้เราได้วางไว้ 5 สถานี โดยเน้นเรื่องของพื้นฐานและเทคนิคการเล่นฟุตบอลเป็นหลักนั้น ในปีหน้าจะเพิ่มสัดส่วนการให้คะแนนจาก 70 เปอร์เซนต์ เป็น 80 เปอร์เซนต์ ส่วนคะแนนจากการแข่งขันจะลดจาก 30เปอร์เซนต์ ให้เหลือเพียง 20 เปอร์เซนต์ โดยคาดว่าจะเพิ่มสถานีการเตะไซด์โค้งอีกหนึ่งสถานีเพื่อความเร้าใจและสนุกสนานนั่นเอง นอกจากนี้การจัดกิจกรรมในปีที่ 2 นั้น เรายังได้รับข่าวดีอีกว่าทางสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.) กระทรวงศึกษาธิการ ก็จะเข้ามาร่วมสนับสนุนด้วย ซึ่งนับว่าเป็นเรื่องที่ดีที่ทางหน่วยงานของรัฐเห็นความสำคัญและเข้าร่วมกับทางหน่วยงานเอกชนอย่าง เอ.พี.ฮอนด้า ในการพัฒนาพื้นฐานการเล่นฟุตบอลของเยาวชนไทย เชื่อว่าในปีต่อๆ ไปโครงการนี้จะเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างนักฟุตบอลเยาวชนฝีเท้าดีขึ้นมาประดับวงการลูกหนังของไทยทั้งในส่วนของฟุตบอลอาชีพและทีมชาติไทยอย่างแน่นอน" นายสุชาติ กล่าวย้ำอีกครั้ง

 

 

Comments (0)add comment

Write comment

busy