หลังจากที่ ไพบูลย์ อุปัติศฤงค์ นายก อบจ.ภูเก็ต ได้ให้สัมภาษณ์ถึงอนาคตของเอฟซี ภูเก็ต กับทีมข่าวนอกสนามแล้วมีการเผยแพร่บทสัมภาษณ์ลงใน ยูทูป ทางเว็ปบอร์ดต่างๆในทำนอง คนทำทีมเอฟซี ภูเก็ต เอาทีมไปเร่ขายแสวงหาผลประโยชน์ รวมทั้งไม่โปร่งใส
ล่าสุดเมื่อเวลา13.00น. วันที่ 27 ม.ค. ณ ร้านไม้หมอนซีฟู๊ด จ.ภูเก็ต นฤเบศร์ อายุพงศ์ ที่ขึ้นไปรักษาการประธานสโมสรเอฟซี ภูเก็ต แทนที่ ไพบูลย์ อุปัติศฤงค์ ที่ทำหนังสือลาออกจากประธานสโมสรเพื่อลงรับสมัครรับเลือกตั้งนายก อบจ.ภูเก็ตที่จะมีขึ้นในเดือน พ.ค.นี้ พร้อมด้วย สรนันท์ เสน่ห์ ผอ.สโมสร และเลขานุการ, อาซีน อร่ามเมธาพงศา ผจก.ทั่วไปสโมสรเอฟซี ภูเก็ต ได้เปิดแถลงข่าวอย่างเพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงทั้งหมดอย่างเป็นทางการโดยมีสื่อมวลชนท้องถิ่นมารับฟังกันล้นหลาม
ทั้ง3คนได้ ชี้แจงข้อเท็จจริงเรื่องราวความเป็นไปของสโมสรเอฟซี ภุเก็ต พร้อมกับมีเอกสารยืนยันแจกกับผู้สื่อข่าวโดยเฉพาะเรื่องที่โดนกล่าวหาว่า มีกลุ่มบุคคลกลุ่มเดียวนำทีมนี้ไปทำให้เกิดเรื่อง เอาทีมไปเร่รอนขายแสวงหาผลประโยชน์อยู่2เดือนเหมือนดูถูกคนภูเก็ต
สรนันท์ เสน่ห์ กล่าวว่า เป็นที่ทราบดีว่าตั้งแต่ สตง.เบรคเรื่องการใช้เงินของอบจ.กับกีฬา ทำให้ทีมมีปัญหาเรื่องงบประมาณ ต้องดิ้นรนกันสุดๆถึงกับต้องไปกู้หนี้ยืมสินมาทำทีมเอาเงินไปใช้จ่ายในนัดเยือน จนในที่สุดสโมสรได้มีการหารือกันภายในและเห็นพ้องตรงกันว่าควรเปิดรับ กลุ่มบุคคล นักธุรกิจ ที่สนใจเข้ามาอุ้มทำทีมเอฟซี ภูเก็ต โดยกระทำแบบเปิดเผยรายงานให้ผู้ใหญ่ของสโมสรทราบมาตลอด ซึ่งก็มี กลุ่มโรเบิร์ด คูโปรเรอร์ จะเอานักธุรกิจชาวเบลเยี่ยมเข้ามาทำทีม ,กลุ่ม วินิจ เลิศรัตนชัย, กลุ่ม ฮอลแลนด์ ผ่านทางประชาสัมพันธ์จ.ภูเก็ต ,กลุ่ม ทีทีเอ็ม ทุกกลุ่มที่เข้ามารายงานให้กับ นายก อบจ.ภูเก็ต รับรู้หมด แล้วจะบอกว่าไม่รู้ได้อย่างไร โดยทุกกลุ่มที่เข้ามา เราไม่เคยเรียกร้องอะไรทั้งสิ้น ขอเพียงให้มาทำทีมเอฟซี ภูเก็ต เตะที่ภูเก็ตให้คนภูเก็ตได้ตามเชียร์เหมือนเดิมเท่านั้น พวกเราเองก็อยากจะทำทีมต่อแต่ ไม่มีปัญญาหาเงิน ไม่ใช้เศรษฐี คนรวย มีแค่หัวใจที่รักฟุตบอลเท่านั้น ยืนยันว่า ไม่มีการเร่รอนขายทีมแต่อย่างใด
เลขาฯเอฟซี ภูเก็ต กล่าวต่ออีกว่า ผ่านไปวันแล้ววันเล่าก็สรุปไม่ได้ว่าจะมีกลุ่มไหนเข้ามาอุ้มเอฟซี ภูเก็ต ทั้งที่เงื่อนไข เรายกให้ฟรีๆ มาทำได้เลย แต่ต้องเป็นกลุ่มที่มีเครคิต เชื่อถือได้ การเงินมั่นคงไม่ทิ้งทีม กระทั่งปลายปี ทีมงานเอฟซี ภูเก็ต ได้ขึ้นไปอวยพรปีใหม่พร้อมกับขอบคุณผู้บริหารเมืองทองฯ จึงได้คุยกันถึงเรื่องอนาคตของเอฟซี ภูเก็ต ที่เมืองทองฯ ช่วยเหลือมาตลอดตั้งแต่ดิวิชั่น2 ในที่สุด ทีมงานที่ดูแลเอฟซี ภูเก็ต ได้ขอร้องให้ทาง เมืองทองฯ ช่วยอุ้มทำทีมเอฟซีภูเก็ต เพื่อรักษาสิทธิ์ให้หน่อย ซึ่งทางเมืองทองฯเองแรกๆก็ปฏิเสธเพราะมีทีมทำอยู่แล้ว แต่เมื่อโดนขอร้องจึงยอมรับทำทีมให้โดยมีเงื่อนไข ขอเอาทีมมาเตะที่กทม.เพราะจะได้ดูแล ควบคุมได้ทั่วถึง ไม่ไปเล่นที่ภูเก็ต
หลังจากที่ขอร้องให้ เมืองทองฯ ช่วยอุ้มทีมเอฟซี ภูเก็ตแล้ว ปรากฏว่า กระแสข่าว กิเลนทะเลใต้ถึงกาลอวาสาน ไม่มีทีมเตะที่ภูเก็ตได้แพร่สะพัดตามเว็ปบอร์ดต่างๆ จนในที่สุดผู้บริหารเมืองทองฯได้ตัดสิน ประกาศกลางสนามสุระกุล ในนัดสุดท้ายที่ เอฟซี ภูเก็ต พบกับ บางกอก เอฟซี เมื่อ7ม.ค.ว่า เอฟซี ภูเก็ต จะเล่นที่ภูเก็ต ทำให้แฟนบอลกิเลนทะเลใต้ดีใจกันถ้วนหน้า
นึกว่าทุกอย่างจะจบ เฆฆหมอกจะผ่านพ้นไปแล้ว ปรากฏว่าทาง บ.คอร์โน แอนด์ แนช จำกัดที่ จะเข้ามารับทำทีมให้เอฟซี ภูเก็ต ได้ติดต่อผมว่า ขอให้ช่วยเดินเรื่องสนามแข่งขันกับสนามฝึกซ้อมคือ สนามสุระกุล โดยขอให้มีหนังสือยืนยันว่าให้ทางคอร์โนฯ เข้าไปใช้ได้เป็นลายลักษณ์อักษร เพราะเขาเกรงว่า จะมีปัญหาเหมือนกับจังหวัดอื่นๆที่ ภาคเอกชนเข้าไปช่วยแล้วมีปัญหาเรื่องสนาม อาทิ ระยอง กับ ราชนาวี, การท่าเรือ กับ แพ็ทสเตเดี้ยม เป็นต้น พูดง่ายๆขอเป็นหนังสือยืนยันดีกว่าพูดด้วยปากเปล่าแล้วมาทะเลาะกันภายหลัง
ปรากฏว่า ทาง อบจ.ภูเก็ต ขอให้ทางเมืองทองฯ ส่งตัวแทนมาคุย ซึ่งทาง เมืองทองฯก็ให้ ไพฑูร ชุติมากรกุล เป็นตัวแทนหารือกับ นายกอบจ.ภูเก็ตเรื่องสนาม เท่าที่ทราบได้คุยกันทางโทรศัพท์เมื่อ16ม.ค. และไม่สามารถบรรลุข้อตกลงเรื่องการใช้สนามสุระกุลได้ กระทั่งวันที่19 ม.ค.ทาง บ.คอร์โนฯ โดย คุณเป้ รณฤทธิ์ ซื่อวาจา ได้ทำหนังสือขอคืนสิทธ์ในการทำทีมเอฟซี ภูเก็ต ให้กับสโมสร เอฟซีภุเก็ต ไปบริหารจัดการทีมเองโดยในหนังสือ ระบุชัดเจนว่า ไม่สามารถบรรลุข้อตกลงเรื่องสนามแข่งขันและฝึกซ้อมได้
ส่วนเรื่องการที่พวกผมโดนกล่าวหาว่า เอาทีมไปเร่รอนขายอยู่ 2 เดือน แสวงหาผลประโยชน์ได้ปรึกษาทนายแล้วก็คงจะฟ้องร้องทางศาลสถิตยุติธรรมต่อไปเพราะ ความจริงคือไม่ได้ขาย ยกให้ทำฟรีๆภายใต้เงื่อนไข ต้องเป็นคนหรือกลุ่มที่มีเครคิต ไม่ทิ้งทีม เวลานี้ ทางเมืองทองฯ โรเบิร์ด กลุ่มต่างๆ ที่เข้ามาพูดคุยกับเราพร้อมเป็นพยานให้ทั้งสิ้น
“พวกผมเสียความรู้สึกมากๆ ที่โดนกล่าวหาอย่างนี้ เงินทุกบาท ทุกสตางค์ ที่ได้มา ไม่ว่า งบจากอบจ.ภุเก็ต ที่ดูแลเรื่องเงินเดือน-เบี้ยเลี้ยง เท่านั้น ที่เหลือ จิปะถะ แต่ละเดือนต้องวิ่งหากู้หนิ้ยืมสินกันมาใช้ในทีมกันทุกเดือน ตัวเลขทั้งหมด ได้อะไรมาเท่าไร ชี้แจงไปหมดแล้ว ถึงตอนนี้ก็คงโบกมือราแล้ว กลุ่มไหน อยากเข้ามาก็เชิญมาทำทีมเอฟซี ภูเก็ตได้เลย แต่ต้องเป็นกลุ่มที่มีตัวตนแน่นอน มีเครคิต ไม่ใช้ นายโน้นนายนี้ขอมาสวมสิทธิ์ไม่มีหัวนอนปลายเท้ามาขอทำทีม เราก็คงไม่ยอมเหมือนกัน เอฟซี ภูเก็ต เป็นของ คนภูเก็ต เศรษฐีภูเก็ตคนไหนอยากเข้ามาทำทีมเชิญได้เลยนะครับ” สรนันท์ กล่าวทิ้งท้าย







.jpg)

.jpg)




.jpg)
