You are here: Home

กมธ.กีฬาวุฒิสภา หวั่นสนามกีฬาหนองจอก เสร็จไม่ทันเปิดฟุตซอลโลก

อีเมล พิมพ์ PDF

กมธ.กีฬาวุฒิสภา หวั่นประชาชนสับสบหลังจากที่ “พ่อเมืองกรุงเทพ” ว่ายังสร้างสนามกีฬาหนองจอกเพื่อใช้เป็นพิธีเปิด-ปิด ฟุตซอลโลก 2012 ที่ไทยเป็นเจ้าภาพทัน ในขณะที่ฝ่ายโยธายืนยันไม่ทันถึงแม้จะเร่งคนสร้างต้องใช้ระวะเลากว่า 13 เดือน เตรียมเชิญชี้แจง 26 ม.ค.พร้อมกับสมาคมฟุตบอล

เมื่อวันที่ 12 ม.ค. นางนฤมล ศิริวัฒน์ ประธานคณะกรรมาธิการการกีฬา สมาชิกวุฒิสภา กล่าวภายหลังการประชุม กมธ.กีฬา ส.ว. ว่า วันนี้ที่ประชุมได้พิจารณาถึงความคืบหน้าในการเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันฟุตซอลโลกช่วงวันที่ 2-18 พ.ย. 2012 โดยเฉพาะความพร้อมในการก่อสร้างสนามฟุตซอลแห่งใหม่ที่ หนองจอก เพื่อใช้ในพิธีเปิดและปิดการแข่งขัน จนถึงขณะนี้การนำเสนอข่าวสารเกี่ยวกับกรณีดังกล่าวไม่เป็นไปในทิศทางเดียวกัน ทำให้ประชาชนเกิดความสับสน เพราะ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ระบุว่าจะสร้างสนามให้แล้วเสร็จเพื่อเป็นของขวัญให้กับชาวกทม.

แต่เจ้าหน้าที่กรมโยธาธิการและผังเมือง กทม.ชี้แจงต่อ กมธ.งบประมาณว่า ไม่สามารถสร้างเสร็จได้ทัน และที่สำคัญต้องใช้ระยะเวลาประมาณ 13 เดือนถึงจะทำให้แล้วเสร็จ เนื่องจาก กทม.ยังไม่อนุมัติงบประมาณ 1,200 ในการก่อสร้าง จุดนี้ทำให้ กมธ.กีฬา รู้สึกกังวลใจ เพราะการแข่งขันฟตุซอลโลกถือเป็นหน้าตาของประเทศ ดังนั้นเรื่องนี้ต้องมีความชัดเจนกว่านี้ อีกทั้งหากไม่ดำเนินการอาจขัอต่อมติของคณะรัฐมนตรี ที่สั่งให้กทม.ดำเนินการก่อสร้างสนามฟุตซอล เพื่อให้ได้ข้อยุติ กมธ.กีฬา ส.ว.จะเชิญทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องทั้ง ผู้ว่าฯกทม. เจ้าหน้าที่กรมโยธาฯกทม. นายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ มาชี้แจงให้ข้อมูลที่ตรงกัน ในวันที่ 26 ม.ค. เพื่อให้แผนงานการเป็นเจ้าภาพฟุตซอลระดับโลกเสร็จตามขั้นตอนทุกประการ

นอกจากนี้ นางนฤมล ศิริวัฒน์ ยังกล่าวถึงการเตรียมการแข่งขันฟุตบอลเอไอเอสลีก หรือลีกภูมิภาคดิวิชั่น 2 กรณีที่ทีมจังหวัดต่างๆใช้เงินงบประมาณขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการ พัฒนาทีมบอลระดับภูมิภาค แต่ขัดต่อกฎระเบียบข้อบังคับของทางสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน เพราะถือเป็นการใช้เงินผิดประเภท จนเป็นเหตุให้ สต.ต้องนำเงินมาคืนจากสโมสรฟุตบอล เพื่อคือต่อ อปท. ซึ่งเรื่องดังกล่าว กมธ.กีฬาส.ว.รู้สึกเป็นห่วง เพราะองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นน่าจะมีส่วนในการพัฒนาวงการฟุตบอลไทย รวมถึงกีฬาชนิดต่างๆ

“เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ตรงกัน ทาง กมธ.กีฬา ส.ว.จะรับเป็นเจ้าภาพในการจัดสัมมนาเกี่ยวกับพัฒนาฟตุบอลลีกภูมิภาคให้เป็น ไปในทิศทางเดียวกัน จะได้เข้าใจตรงกันว่าอันไหนทำได้อันไหนทำไม่ได้ ซึ่งเราจะทำหนังสือเชิญ ทั้งผู้ว่า สตง. นายวิมล กาญจนะ ประธานจัดแข่งขันลีกภูมิภาค สมาคมฟุตบอลฯ สโมสรฟุตบอลลีกภูมิภาค บุคคลากรทางด้านกฎหมาย กรมบัญชีกลาง สำนักงบประมาณ บุคคลที่เกี่ยวข้องทั้งหมดมาหารือกัน เพื่อแก้ไขปรับปรุงระเบียบข้อบังคับ เพื่อให้วงการฟุตบอลเดินหน้าไปได้ ทั้งพัฒนาฟุตบอลภูมิภาคจากระดับรากหญ้าไปสู่ความเป็นมืออาชีพ ทั้งจะส่งผลถึงการพัฒนาวงการฟุตบอลไทยในอนาคตอีกด้วย”ประธานกมธ.กีฬาส.ว.กล่าว

 

Comments (0)add comment

Write comment

busy